|
จังหวัดตาก
"ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง"
เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวจังหวัดตาก มีเอกลักษณ์เฉพาะ แตกต่างจากที่อื่น ๆ คือ การใช้กะลามะพร้าวเป็นองค์ประกอบหลักของกระทง ด้วยเหตุที่ชาวจังหวัดตากนิยมประทาน "เมี่ยง" เป็นอาหารว่าง และผลิตเป็นสินค้าพื้นเมืองที่สำคัญ ทำให้ต้องใช้เนื้อมะพร้าวเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นไส้เมี่ยง และมีกะลาเป็นส่วนที่เหลือใช้ ครั้นเมื่อถึงเทศกาลลอยกระทง ชาวบ้านก็จะนำกะลามะพร้าวมาประดิษฐ์เป็นกระทง แล้วจุดไฟปล่อยให้ ลอยไหลเป็นสายไปตามความคดโค้งของร่องน้ำปิง กลายเป็นสายประทีปนับพันดวงทอดยาวไปในลำน้ำ นับเป็นภาพตระการตาหาชมได้ยากยิ่ง
ประเพณีบูชาสายน้ำในประเพณีลอยกระทงของชุมชนลุ่มน้ำปิง - วัง แห่งเมืองตาก ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจากท้องถิ่นอื่นๆ และเป็นที่รู้จักกันดีในนาม “ "ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง" นั้น สำหรับปี 2550 นี้ จังหวัดตาก จะจัดให้มีกิจกรรมดีๆ ให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมมากและนานกว่าทุกๆ ปี
- กำหนดการจัดงาน: วันที่ 23-27 พฤศจิกายน 2550
- สถานที่จัดงาน: ริมสายธารลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี จังหวัดตาก
- กิจกรรม: การประกวดกระทงสายชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ การจัดลอยพระประทีปของพระบรมวงศานุวงศ์ การจัดขบวนแห่กระทงพระราชทาน และพระประทีปพระราชทาน การจัดตกแต่งประดับไฟบริเวณงาน การจัดแสดงแสง เสียง พลุ และดอกไม้ไฟ การจัดแสดงม่านน้ำ ชุด ตำนานกระทงสาย การจัดลอยกระทงที่ยาวที่สุด การแสดงทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง และการจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
รายละเอียดความเป็นมาลอยกระทงสาย (เพิ่มเติม)
ลอยกระทงสายเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สืบสานจากวิถีการกินอยู่สู่ประเพณีบูชาสายน้ำอันงดงาม ประเพณีลอยกระทงสาย ณ ลำน้ำปิงของชาวเมืองตาก เป็นประเพณีเก่าแก่ที่มีการปฎิบัติสืบทอดมายาวนาน ประเพณีดังกล่าวมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากที่อื่น ๆ คือ การใช้กะลามะพร้าวเป็นองค์ประกอบหลักของกระทง
สาเหตุที่ใช้กะลาสืบเนื่องมาจากชาวเมืองตากนิยมรับประทาน "เมี่ยง" เป็นอาหารว่าง และผลิตเป็นสินค้าพื้นเมืองที่สำคัญ ทำให้ต้องใช้เนื้อมะพร้าวเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นไส้เมี่ยง และมีกะลาเป็นส่วนที่เหลือทิ้ง ครั้นเมื่อถึงเทศกาลลอยกระทง ชาวบ้านก็จะกะลาดังกล่าวออกมาขัดล้างจนสะอาด เพื่อใช้เป็นทุ่นแพรองเชื้อเพลิงในการลอยกระทง สำหรับเชื้อเพลิงนั้น เดิมใช้ขี้ไต้ตัดเป็นท่อนๆ ต่อมาได้พัฒนามาใช้เทียนไขที่เคี่ยวจนเหลว เทใส่ในกะลาที่มีด้ายฟั่นรูปตีนกาวางไว้ มาเป็นเชื้อเพลิงแทน
เมื่อถึงเวลาค่ำ ชาวบ้านแต่ละชุมชนจะจัดขบวนแห่มายังริมฝั่งแม่น้ำโดยนำกะลาที่เตรียมไว้มารวมกันแล้วช่วยกันจัด "แพผ้าป่าน้ำ" ซึ่งตกแต่งจากต้นกล้วย ประดับดอกไม้ ธูป เทียน และธงทิวหลากสี จากนั้นก็จะทำพิธีจุดธูป เทียนบูชาพระแม่คงคา และตั้งจิตอธิษฐาน บูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายริมแม่น้ำคงคา เสร็จแล้วก็ปล่อย "แพผ้าป่าน้ำ" หรือ "กระทงนำ" ไปจากนั้นแต่ละชุมชนก็จะจับฉลากเพื่อแข่งขันปล่อยกระทงที่จากกะลา หรือที่เรียกว่า "กระทงตาม" ลงในแม่น้ำให้เป็นระยะเท่า ๆ กัน โดยสม่ำเสมอ
กระทงตามที่ทำจากกะลาเหล่านั้นก็จะลอยตามกันเป็นสาย ๆ ส่องแสงระยิบระยับไปตามท้องน้ำ ขณะที่ริมฝั่งน้ำ ก็จะมีการตีฆ้องร้องรำทำเพลง เพื่อเป็นกำลังใจกันอย่างสนุกสนาน ชุมชนใดที่ปล่อยกระทงตามได้ระยะสม่ำเสมอ มีแสงไฟไม่ดับตลอดสุดคุ้งน้ำหนึ่ง ก็จะเป็นผู้ชนะไปธรรมเนียมปล่อยแพผ้าป่าน้ำ และแข่งขันปล่อยกระทงจากกะลาของชาวเมืองตาก ได้มีการสืบสานพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นประเพณีลอยกระทงสาย ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดตาก
ต่อมาในปีพุทธศักราช 2540 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัล สำหรับทีมที่ชนะเลิศการประกวดกระทงสายและในปีพุทธศักราช 2541 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระประทีปสำหรับอัญเชิญลงลอยเป็นกระทงนำในวันเปิดงานลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง เพื่อเป็นสิริมงคลแก่งาน และในปีพุทธศักราช 2544 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระประทีปร่วมลอยด้วย
ปัจจุบัน ประเพณีลอยกระทงสายของจังหวัดตาก จะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นระยะเวลารวม 6 วัน โดยจะมีชุมชนหรือหมู่บ้านต่าง ๆ มาร่วมแข่งขันลอยกระทงสายวันละ 4 - 5 คณะ ซึ่งคณะกรรมการจะกำหนดให้แต่ละคณะจะต้องปล่อยกระทงนำ 1 กระทง กระทงตามที่ทำจากกะลา 1,000 ใบ และมีกระทงปิดท้ายอีก 1 กระทงกติกาดังกล่าวเป็นที่มาของชื่องาน ประเพณีลอยกระทงสาย "ไหลประทีปพันดวง" ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน
 |

|
| เมืองตาก เป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง มีชื่อเดิมว่า "เมืองระแหง" ในอดีตเป็นเมืองที่มีชาวมอญอาศัยอยู่มาก่อน ดังมีหลักฐานศิลปะมอญปรากฏอยู่ ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านตาก เมืองนี้สร้างขึ้นก่อนสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ต่อมาเมื่อได้สถาปนากรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแล้ว เมืองตากมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญด้านฝั่งตะวันตก และยังเป็นเมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับพระมหาราชในอดีตถึง 4 พระองค์ ที่เสด็จมาชุมนุมกองทัพ ณ ดินแดนเมืองตากแห่งนี้ ได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายตัวเมืองตากจากฝั่งขวา ของแม่น้ำปิงมายังฝั่งซ้ายบริเวณตำบลบ้านระแหงจนกระทั่งทุกวันนี้
ตาก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 426 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 10,254,156 ไร่ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็น ภูเขา และป่าไม้ เป็นจังหวัดที่มีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่ยังคงความสมบูรณ์ของป่า และธรรมชาติ อาทิ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช อุทยานแห่งชาติแม่เมย อุทยานแห่งชาติลานสาง และอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ตลอดจนมีน้ำตกที่ นักท่องเที่ยวรักการผจญภัย และนิยมการล่องแก่งต้องมาเยือนสักครั้ง คือ น้ำตกทีลอซู และน้ำตกทีลอเร นอกจากความสวยงามตามธรรมชาติแล้ว ยังเป็นจังหวัดที่มีผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อทั้งดอกไม้ และผลไม้ โดยเฉพาะทับทิม ซึ่งเป็นพันธุ์ ที่มีผลใหญ่ และกำลังได้รับความนิยมมาก
|
| หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ |
| สำนักงานจังหวัดตาก |
โทร. 0 5551 1546 |
| ประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก |
โทร. 0 5551 3584 |
| ที่ว่าการอำเภอเมืองตาก |
โทร. 0 5551 1007 |
| ที่ว่าการอำเภอแม่สอด |
โทร. 0 5553 1077 |
| ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตาก |
โทร. 0 5553 1596 |
| ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และอนุรักษ์อุ้มผาง |
โทร. 0 5556 1338 |
| สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองตาก |
โทร. 0 5551 2191 |
| สถานีตำรวจภูธรอำเภอแม่สอด |
โทร. 0 5553 1122,0 5553 1130 |
| สถานีตำรวจภูธรอำเภออุ้มผาง |
โทร. 0 5556 1011, 0 5556 1112 |
| ตำรวจท่องเที่ยวอำเภอแม่สอด |
โทร. 0 5553 3523 |
| กองตรวจคนเข้าเมืองตาก |
โทร. 0 5556 3002-4 |
| ตรวจทางหลวง |
โทร. 0 5551 1340 |
| โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช |
โทร. 0 5551 1024-5, 0 5551 3983 |
| โรงพยาบาลแม่สอด |
โทร. 0 5553 1224, 0 5553 1229 |
| สถานีเดินรถโดยสารประจำทาง |
โทร. 0 5551 1057 |
|
|
|
|