English
Japanese
Chinese
 
กรุงเทพมหานคร, สุโขทัย, เชียงใหม่, ตาก, พระนครศรีอยุธยา, สงขลา

กรุงเทพมหานคร

"สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง"
จัดเป็นงานส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน (1-30 พฤศจิกายน 2550)
บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยกิจกรรมที่สร้างสีสันหลากหลาย ประกอบด้วย

 

- กำหนดการจัดงาน: วันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2550
- สถานที่จัดงาน: แม่น้ำเจ้าพระยา (สะพานกรุงเทพ ถึง สะพานกรุงธน) กรุงเทพมหานคร
- กิจกรรม:

ชมฟรี ขบวนเรือประดับไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 และขบวนเรือประเพณีลอยกระทง ชิงเงินรางวัลกว่า 1,500,000 บาท ระหว่างวันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2550 ณ บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (สะพานกรุงเทพ ถึง สะพานกรุงธน) กรุงเทพมหานคร

สัมผัสบรรยากาศพิเศษสุดของงานลอยกระทงในแบบกรุงรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2550 เวลา 18.30 – 21.30 น. บริเวณลานทัศนาภิรมย์หน้าหอประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร ชมขบวนเรือประดับไฟฟ้าในมุมมองที่ดีที่สุด ดื่มด่ำกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หาชมได้ยากและบรรยากาศตลาดย้อนยุค พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารเลิศรสนานาชนิดและรับของที่ระลึก (จำกัดนักท่องเที่ยวเข้าชมได้เพียง 999 ท่านต่อวันเท่านั้น) บัตรราคา 1,000 บาท

สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่ง โทร. 0 2652 8319-20 , 0 2250 5500 ต่อ 2115-7

ท่องเที่ยวทางน้ำกับทัวร์ “เจ้าพระยาสดใส เทิดไท้องค์ราชัน” ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ตลอด เดือนพฤศจิกายน 2550 ท่านละ 580 บาท และกิจกรรมไหว้พระขอพร ร่วมโครงการ “80 วัน ร่วมกันทำความดี”
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง โทร. 0 2225 6179 , 0 2221 2297

   

การจำหน่ายบัตรที่นั่งชม การซ้อมกระบวนพยุหยาตราชลมารคในงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน
วันที่ 26 และ 29 ตุลาคม 2550
ณ หอประชุมกองทัพเรือ ถ.อรุณอัมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลทั่วไป

  1. เป็นการซ้อมกระบวนพยุหยาตราชลมารคในงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายผ้าพระกฐิน ในลักษณะคล้ายคลึงกับเมื่อครั้งการจัดแสดงในงานฉลองการครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี
  2. กำหนดการ : ซ้อมใหญ่เหมือนจริง 26 และ 29 ตุลาคม 2550
  3. เส้นทางกระบวนเรือเริ่มตั้งแต่ท่าวาสุกรี – วัดอรุณราชวราราม
  4. กระบวนเรือออกจากท่าวาสุกรี ประมาณเวลา 15.30 น. ถึงบริเวณหน้าหอประชุม กองทัพเรือ ประมาณเวลา 16.00 น. และกระบวนเรือสิ้นสุดที่วัดอรุณราชวราราม ประมาณเวลา 17.00 น.
  5. ประชาชนทั่วไปสามารถชมกระบวนเรือได้บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตามเส้นทางที่ กระบวนเรือผ่าน ทั้งนี้ทัศนวิสัยในการชมในพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่บริเวณหอประชุมกองทัพเรือจะไม่ชัดเจนนัก โดยบริเวณดังกล่าวอยู่ตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง

จุดเด่นของการจัดแสดง

  1. เป็นการจัดกระบวนเรือพระราชพิธีกระบวนใหญ่ ใช้เรือพระราชพิธีและเรือพระที่นั่งรวม 52 ลำ (ครบทุกลำ) ยิ่งใหญ่กว่าเมื่อครั้งจัดแสดงรับผู้นำเอเปค ใช้จำนวนฝีพายถึง 2,082 นาย
  2. เป็นการจัดกระบวนเรือพระราชพิธี ซึ่งหาชมได้ยากมาก และจะจัดในวาระโอกาสที่พิเศษ ของประเทศเท่านั้น
  3. มีการจัดทำบทกาพย์เห่เรือใหม่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลนี้โดยเฉพาะ

ราคาบัตรที่นั่งชม

  1. ราคาโต๊ะละ 30,000 บาท (โต๊ะละ 10 คน) ที่นั่งชมบนชั้น 3 ห้องชมชลธี อาคาร ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นห้องปรับอากาศ ที่ใกล้กับอาคารราชนาวิกสภา
    สิ่งที่ผู้ชมจะได้รับ
    • การแสดง : ชมการซ้อมกระบวนพระพยุหยาตราชลมารคเหมือนการแสดงวันจริง ทุกประการ (วันจริงไม่อนุญาตให้เข้าชมในบริเวณดังกล่าว)
    • มุมมองในการชม : เป็นจุดที่มีมุมมองดีที่สุดสำหรับการชมกระบวนเรือ สามารถเห็นภาพ กระบวนเรืออย่างเต็มตาในมุมสูง มีพระบรมมหาราชวังเป็นฉากหลัง
    • ที่จอดรถ : ไม่มีบริการที่จอดรถ ผู้ซื้อบัตรควรเดินทางมาโดยรถรับจ้างสาธารณะ ทั้งนี้แม่น้ำเจ้าพระยาปิดการจราจรทางน้ำในช่วงเวลาที่ซ้อม
    • การเข้าบริเวณชมกระบวนเรือ : สามารถเดินทางไปยังบริเวณหอประชุมกองทัพเรือได้ ตั้งแต่เวลา เวลา 14.00 – 14.30 น. กระบวนเรือผ่านหน้าอาคารประมาณเวลา 16.00 น. ดังนั้น จึงควรมาถึงก่อนเวลา
    • อาหาร : บริการอาหารแบบ Set Menu พร้อมเครื่องดื่ม
    • วันที่จัดให้ชมการแสดง : วันที่ 26 และ 29 ตุลาคม 255
  2. ราคาที่นั่งละ 1,200 บาท (ที่นั่งชมบริเวณลานทัศนาภิรมย์ (ชั้นล่าง)หน้าอาคารชุมพร เขตอุดมศักด์ หอประชุมกองทัพเรือ)
    สิ่งที่ผู้ชมจะได้รับ
    • การแสดง : ชมการซ้อมกระบวนพระพยุหยาตราชลมารคเหมือนการแสดงวันจริง ทุกประการ (วันจริงไม่อนุญาตให้เข้าชมในบริเวณดังกล่าว)
    • มุมมองในการชม : เป็นพื้นที่ติดริมน้ำเจ้าพระยาฝั่งที่อยู่ใกล้กระบวนเรือฯ สามารถเห็น กระบวนเรือฯ ในระยะค่อนข้างใกล้ จุดชมบนอัฒจันทร์ สามารถเห็นภาพกระบวนเรือชัดเจน มีพระบรมมหาราชวังเป็นฉากหลัง
    • การเข้าบริเวณชมกระบวนเรือ : สามารถเข้าบริเวณหอประชุมกองทัพเรือได้ตั้งแต่เวลา เวลา 14.00 – 14.30 น. กระบวนเรือผ่านหน้าอาคารประมาณเวลา 16.00 น. ดังนั้นจึงควรมาถึงก่อนเวลา
    • ที่จอดรถ : ไม่มีบริการที่จอดรถ ผู้ซื้อบัตรควรเดินทางมาโดยรถรับจ้างสาธารณะ
    • อาหาร : บริการอาหารว่าง (Snack Box) และน้ำดื่ม
    • วันที่จัดให้ชมการแสดง : 26 และ 29 ตุลาคม 2550

รายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนกองทัพเรือในการจัดการฝึกซ้อมกระบวนพยุหยตราชลมารค
ติดต่อสอบถามรายละเอียด หรือสำรองที่นั่งและซื้อบัตรได้ที่ : งานจำหน่ายและจัดเก็บรายได้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
โทร. 66 - 2652 – 8319 – 20 (เบอร์ตรง) หรือ 66 – 2250 – 5500 ต่อ 2115 – 9 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

การเดินทาง
สถานที่ท่องเที่ยว
สถานที่พักแรม
กรุงเทพฯ หรือ บางกอก เมืองหลวงของประเทศไทย เริ่มก่อตั้งภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงครองราชย์ปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เมษายน เดือนห้า แรม 9 ค่ำ ปีขาล พ.ศ. 2325 พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังทางคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาฟากตะวันออก เนื่องจากเป็นชัยภูมิที่ดีกว่ากรุงธนบุรีเพราะมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแนวคูเมืองทางด้านตะวันตก และด้านใต้

อาณาเขตของกรุงเทพฯ ในขั้นแรกถือเอาแนวคูเมืองเดิมฝั่งตะวันออกของกรุงธนบุรี คือ แนวคลองหลอด ตั้งแต่ปากคลองตลาดจนออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ มีพื้นที่ประมาณ 1.8 ตารางกิโลเมตร

บริเวณที่สร้างพระราชวังนั้นเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของพระยาราชเศรษฐีและชาวจีน ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปอยู่ที่สำเพ็ง ในการก่อสร้างพระราชวังโปรดเกล้าฯ ให้พระยาธรรมาธิบดี กับพระยาวิจิตรนาวีเป็นแม่กองคุมการก่อสร้าง ได้ตั้งพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 54 นาที (21 เมษายน 2325) พระราชวังแล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. 2328 จึงได้จัดให้มีพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบแผน รวมทั้งงานฉลองพระนคร โดยพระราชทานนามพระนครใหม่ว่า “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์” ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยน คำว่า “บวรรัตนโกสินทร์” เป็น “อมรรัตนโกสินทร์” และในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีได้รวมจังหวัด ธนบุรีเข้าไว้ด้วยกันกับกรุงเทพฯ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “กรุงเทพมหานคร” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ

 

โทรศัพท์ฉุกเฉิน โทร. 191
ศูนย์บริการผู้ใช้ทางพิเศษ โทร. 1543